ข่าวท้องถิ่น
ข่าวท้องถิ่น (353)
สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 จัดงาน “24 ปี สปข.2 เติมรักให้โลก”
Written by สขร.สปข.2สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 จัดงาน “24 ปี สปข.2 เติมรักให้โลก”
สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 จัดงาน “24 ปี สปข.2 เติมรักให้โลก” เพื่อประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์องค์กร
เสริมสร้างความศรัทธาและเชื่อถือของประชาชน และส่งเสริมการสร้างเครือข่ายประชาสัมพันธ์คือสื่อมวลชนในพื้นที่
รับผิดชอบ จังหวัดอีสานตอนล่าง
นางสาวอัมพวัน เจริญกุล ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 เปิดเผยว่า สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2
ก่อตั้ง เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2529 เป็นหน่วยงานราชการ สังกัดกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบงาน
ประชาสัมพันธ์ของรัฐ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 9 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ นครพนม
มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี โดยมีสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
อุบลราชธานี สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยแห่งประเทศไทย 9 จังหวัด และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
เพื่อการศึกษา จังหวัดอุบลราชธานี เป็นหน่วยงานในสังกัด เนื่องในโอกาสการจัดงานคล้ายวันก่อตั้ง สำนักประชาสัมพันธ์
เขต 2 ครบ 24 ปี และ สปข.2 ได้จัดประกวดผลการดำเนินงานในด้านต่าง ๆ เพื่อเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กร และพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรในการปฏิบัติงาน อีกทั้งสร้างขวัญและกำลังใจให้กับบุคลากร โดยมีผลการประกวด ดังนี้.-
- โครงการประกวดรายการวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ ดีเด่น ของ สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 ประจำปี
2553 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพรายการวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ ของ สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 อีกทั้งเป็นการพัฒนาทักษะผู้ปฏิบัติหน้าที่ผลิตสื่อของสำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 ให้ได้มาตรฐาน มีผลการประกวดดังนี้
สาขาวิทยุกระจายเสียง ประเภทรายการข่าว
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ รายการรอบรั้วประทายสมันต์ จาก สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
จังหวัดสุรินทร์
รางวัลรองชนะเลิศ ได้แก่ รายการบอกกล่าวเล่าแจ้ง จาก สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
จังหวัดบุรีรัมย์
สาขาวิทยุกระจายเสียง ประเภทรายการสารคดี
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ รายการโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทราย จากสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดมุกดาหาร
รางวัลรองชนะเลิศ ได้แก่ รายการคุณธรรมนำพาพัฒนาสังคม จาก สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดอุบลราชธานี
รางวัลชมเชย ได้แก่ รายการวิทยุจราจร จาก สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดยโสธร และรายการเติมรักให้โลก จาก สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดนครพนม
สาขาวิทยุกระจายเสียง ประเภทรายการเด็กและเยาวชน
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ รายการรักไทยรักการอ่าน จาก สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
จังหวัดศรีสะเกษ
รางวัลรองชนะเลิศ ได้แก่ รายการเปิดหน้าต่างภาษาไทย จาก สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
จังหวัดอุบลราชธานี
- โครงการจัดตั้งศูนย์ผลิตข่าวต้นชั่วโมงวิทยุกระจายเสียง ปีงบประมาณ 2553 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2552 – กันยายน
2553 มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการพัฒนางานด้านการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อวิทยุกระจายเสียง สื่ออินเตอร์เน็ต และเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในพื้นที่ สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 ผลการประกวดดังนี้
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดอุบลราชธานี
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศจังหวัดนครพนม
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดสุรินทร์
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดบุรีรัมย์
รางวัลชมเชย ได้แก่ สำนักประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
จังหวัดมุกดาหาร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดร้อยเอ็ดและสถานีเครื่องส่งวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศ
จังหวัดสุรินทร์
- โครงการ สปข.2 เติมรักให้โลก เพื่อสร้างภาพลักษณ์องค์กรโดยการจัดสภาพแวดล้อมให้เป็นองค์กรสีเขียว
“ลดโลกร้อน” และรณรงค์ให้องค์กรภาครัฐ และภาคเอกชน รวมถึงประชาชนรับรู้ข่าวสารและเห็นความสำคัญในการ
ป้องกันและแก้ไขปัญหาสภาวะโลกร้อน ซึ่งผลจากการประเมินหน่วยงานในสังกัดสำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 ได้แก่
หน่วยงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คือ สวศ.อุบลราชธานี หน่วยงานที่ผลิตและเผยแพร่รายการเติมรักให้โลกเด่น คือ สวท.มุกดาหารและสวท.บุรีรัมย์ หน่วยงานที่บริหารจัดการเด่น คือ สวท.สุรินทร์ หน่วยงานที่ยึดหลักบริหารอย่างพอเพียงเด่น
คือ สวท.สุรินทร์ หน่วยงานที่บูรณาการเด่น คือ สวท.ศรีสะเกษ หน่วยงานนวัตกรรมเด่น คือ สวท.อุบลราชธานี หน่วยงานภาพลักษณ์เด่น คือ สวท.สุรินทร์และสวท.ศรีสะเกษ และหน่วยงานที่มีมาตรการลดต้นทุนเด่น คือ สวท.มุกดาหาร
สำหรับกิจกรรมในงาน “24 ปี สปข.2 เติมรักให้โลก” ในวันที่ 16 สิงหาคม 2553 ประกอบด้วย พิธีบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่ พิธีบวงสรวงพระอินทร์ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ชมนิทรรศการ ลดโลกร้อน “ สปข.2 เติมรักให้โลก” ชมวีดิทัศน์
ผลการดำเนินงาน สปข.2 ชมการแสดงจินตลีลารักชาติ มอบเกียรติบัตรผู้ทำคุณประโยชน์แก่สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2
และการแข่งขันกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ของบุคลากร ในพื้นที่สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2
**********
ส่วนข่าวและรายการภูมิภาค สปข.2
สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ
Written by สขร.สปข.2สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ
สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 เชิญชาวอุบลราชธานีร่วมงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ ในระหว่างวันที่ 7-8 สิงหาคม 2553 ณ ลานจอดรถศูนย์การค้ายิ่งเจริญปาร์ค จังหวัดอุบลราชธานี
นางสาวอัมพวัน เจริญกุล ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 เปิดเผยว่า ในวันที่ 12 สิงหาคม
2553 เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนาง
และหน่วยงานต่าง ๆ พิจารณาจัดทำโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนาง
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 78 พรรษา 12 สิงหาคม 2553 โดยสำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 จัดกิจกรรม
เฉลิมพระเกียรติ 2 กิจกรรม คือ ขี่จักรยานเฉลิมพระเกียรติและกิจกรรมจินตลีลารักชาติเฉลิมพระเกียรติ ณ ลานจอดรถศูนย์การค้ายิ่งเจริญปาร์ค จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อให้ประชาชนในทุกภาคส่วนได้แสดงความกตัญญูกตเวทีพร้อมสำนึก
ในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีถวายเป็นราชสักการะแด่สมเด็จพระนาง
ทั้งนี้ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนาง
สร้างสรรค์ รวมทั้งสนับสนุนการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ให้กับเยาวชน และประชาชนทั่วไป
ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 กล่าวต่อไปว่า ขอเชิญชวนชาวจังหวัดอุบลราชธานี ไปร่วมงาน
เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ ในระหว่างวันที่ 7-8 สิงหาคม 2553 ณ ลานจอดรถศูนย์การค้ายิ่งเจริญปาร์ค จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อถวายความจงรักภักดีโดยพร้อมเพรียงกัน
**********
ส่วนข่าวและรายการภูมิภาค สปข.2
เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ระดับเขตพื้นที่การศึกษา
Written by สขร.สปข.2สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามุกดาหาร เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ คัดเลือกตัวแทนจังหวัดนำเสนอผลงานระดับภูมิภาค
นายยงยุทธ สายคง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามุกดาหาร กล่าวว่า
เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ของครูโรงเรียนแกนนำยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อคัดเลือกตัวแทนนำเสนอผลงานในระดับภูมิภาค ที่อุดรธานี ในระหว่างวันที่ 21-22 สิงหาคม 2553 ทั้งนี้ สำนักงานคระกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มีนโยบายพัฒนาคุณภาพการศึกษาเพื่อให้ได้มาตรฐานและมีความเป็นสากล โดยได้เสริมประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ด้วยรูปแบบที่หลากหลายให้กับเขตพื้นที่การศึกษาครบทุกเขตและมุ่งพัฒนานำร่องโรงเรียนเพื่อให้มีรูปแบบ / ตัวอย่างการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพต่อการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนอีกทั้ง มุ่งพัฒนาครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องและสนับสนุนสื่อเสริมเพื่อให้สามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพ
สำหรับผลงานและผู้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นผลงานครูทั้งระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย 9 ประเภท รวม 54 ผลงาน ซึ่งเป็นผลงานของโรงเรียนแกนนำยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ปีการศึกษา จำนวน 10 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านหนองหอยป่าหวาย โรงเรียนบ้านน้ำเที่ยงวันครู 2501 โรงเรียนบ้านเหล่าหมี โรงเรียนบ้านคำสร้อย โรงเรียนมุกดาหาร โรงเรียนคำสร้อยพิทยาสรรค์ โรงเรียนโพธิ์ไทรวิทยา โรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร โรงเรียนหว้านใหญ่วิทยาและโรงเรียนพลังราษฎร์พิทยา
ส.ปชส.มห./ ข่าว
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร
Written by สขร.สปข.2การจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร” ทรงมีพระชนมายุครบ 50 พรรษา ในปีพุทธศักราช 2545 โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดขึ้นในครั้งนี้ เป็นการจัดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ ในระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2553 โดยในส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เลือกเอาโรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา 1 ตำบลหนองฮี อำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนม เป็นจุดเปิดโครงการฯ พร้อมกับจัดให้มีกิจกรรมคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ พร้อมกับกิจกรรมสนับสนุนโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ประกอบด้วยกิจกรรมอาชีพเสริมสำหรับแม่ และนิทรรศการเกษตรสมบูรณ์เพิ่มพูนสุขภาพแม่ลูก พร้อมกับมีการจัดนิทรรศการของทุกหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นิทรรศการด้านสาธารณสุข การประกวดผลผลิตด้านการเกษตร ซึ่งเป็นมีเกษตรกรจากหมู่บ้านต่างๆ ในเขตพื้นที่อำเภอปลาปาก และใกล้เคียงมารับบริการ กว่า 1,500 คน
…………………………
กิติพัฒน์ อภัยโส /ข่าว
คกก.มูลนิธิฯพิจารณา หมู่บ้านหัตถกรรม อำเภอหนองสุง เข้ารับรางวัลหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตต์
Written by สขร.สปข.2
คณะกรรมการมูลนิธิศูนย์การพัฒนาชนบทแห่งประเทศไทยตรวจประเมินหมู่บ้านหัตถกรรม หมู่ที่ 2 ตำบลหนองสูงเหนือ อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร เพื่อพิจารณารับรางวัลหมู่บ้านหัตถกรรม”หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร” ปี 2553( 29 ก.ค.53) คณะกรรมการมูลนิธิศูนย์การพัฒนาชนบทแห่งประเทศไทย โดยการนำของผู้ช่วยศาสตราจารย์ เพ็ญพร พรรณพิสุทธิ์ คณะกรรมการมูลนิธิศูนย์การพัฒนาชนบทแห่งประเทศไทย ตรวจให้คะแนนหมู่บ้านหัตถกรรมบ้านหนองสูง หมู่ที่ 2 ตำบลหนองสูงเหนือ อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร หลังจากที่จังหวัดมุกดาหาร ได้ส่งกลุ่มทอผ้าดั้งเดิมหมู่บ้านดังกล่าว เข้ารับรับรางวัลหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร รางวัลสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม ประจำปี 2553 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เพ็ญพร พรรณพิสุทธิ์ คณะกรรมการมูลนิธิศูนย์การพัฒนาชนบทแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กลุ่มทอผ้าดั้งเดิมบ้านหนองสูง เป็น 1 ใน 12 กลุ่มอาชีพ ที่คณะกรรมการมูลนิธิได้คัดเลือกแล้วจากทุกกลุ่มอาชีพทั่วประเทศที่ส่งเข้าประกวดกว่า 200 กลุ่มอาชีพ เพื่อรับโล่รางวัลหม่อมงามจิตร บุรฉัตร ประธานมูลนิธิศูนย์การพัฒนาชนบทแห่งประเทศไทย ซึ่งในการประเมินดังกล่าว พิจารณาแนวคิดการพัฒนาหมู่บ้านที่ยั่งยืน ด้วยการนำหัตถกรรมในหมู่บ้านเข้ามาเสริมเพื่อให้เกิดรายได้ พอกินพอใช้ และนำไปสู่รายได้หลักของหมู่บ้าน ด้วยการใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาที่มีอยู่ในหมู่บ้านเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อม โดยการช่วยตนเองและ ร่วมมือกัน อยู่บนพื้นฐานที่ให้ทุกคนมีความขยัน อดทน ในการทำงานให้มากขึ้น พร้อมกับให้ลด ละ ความฟุ้งเฟ้อ อบายมุข ความเห็นแก่ตัว ตามแนวทางของมูลนิธิฯ สำหรับกลุ่มทอผ้าดั้งเดิมบ้านหนองสูง มีนางนรินทิพย์สิงหะตา เป็นประธานกลุ่ม ปัจจุบันมีสมาชิก 325 คน ผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อคือผ้าหมักโคลน ซึ่งผ้าหมักโคลนที่กลุ่มของตนผลิตได้นั้นมีทั้งที่เป็นผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคอผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าขาวม้า ผ้าไหมพื้นเรียบ รางวัลที่น่าภาคภูมิใจที่สุดของกลุ่มคือได้รับพระราชทานตรานุกยูงสีเขียวจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จากการประกวดผ้าไหม และได้รับการคัดสรรให้เป็นสินค้า otop ระดับ 5 ดาว ปัจจุบันทางกลุ่มมีการฝึกอบรมให้เยาวชนในโรงเรียนมัธยมศึกษา 2 แห่งฝึกทอผ้าหมักโคลนด้วย |
| ข้อมูลจาก :: อุไรวรรณ ศรีสมุทรนาค สวท. มุกดาหาร |
อุทกฯมุกดาหาร ระบุ ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขง ยังไม่น่าวิตก แม้จะมีฝนตกติดต่อกันหลายวัน
Written by สขร.สปข.2|
ศูนย์สำรวจอุทกวิทยามุกดาหาร รายงานสถานการณ์น้ำ ในแม่น้ำโขงจังหวัดมุกดาหาร ล่าสุดวันนี้ (28 กค.53) วัดได้ 7.12 เมตร ซึ่งมีปริมาณลดต่ำลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา แม้จะมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง สาเหตุมาจากปริมาณน้ำที่ลดระดับต่ำลงมากในรอบ 30 ปี
นายชูชาติ เปรมจิตร หัวหน้าศูนย์สำรวจอุทกวิทยาจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 26-31 กรกฎาคม 2553 กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายลักษณะอากาศใน 7 วันข้างหน้า โดยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของไทย จะมีร่องมรสุมพาดผ่าน ประกอบกับมีมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทย ลักษณะดังกล่าวจะทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีฝนฟ้าคะนองกระจายเกือบทั่วไป ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ยโสธรและร้อยเอ็ด ระหว่างวันที่ 28-31 กรกฎาคม 2553 จะมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงที่จังหวัดมุกดาหาร เพิ่มขึ้น แต่ยังไม่คงที่ โดยล่าสุดวันนี้ (28 กค.53) วัดได้ 7.12 เมตร ซึ่งมีปริมาณลดต่ำลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งวัดได้ที่ระดับ 9.20 เมตร แม้จะมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องก็ตาม สาเหตุมาจากปริมาณน้ำที่ลดระดับต่ำลงมากในรอบ 30 ปี เมื่อเดือนมีนาคม 2553 ต่ำสุด วัดได้ 0.75 เซนติเมตร ดังนั้น ประชาชนที่มีบ้านเรือนใกล้ริมฝั่งแม่น้ำโขง ไม่ต้องวิตกแต่อย่างใด หัวหน้าศูนย์สำรวจอุทกวิทยาจังหวัดมุกดาหาร ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่า สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขง ยังมีปริมาณ ลดลง และสูงขึ้น ไม่คงที่ แม้ประเทศจีนจะปล่อยน้ำจากเขื่อนและมีอิทธิพลจากพายุฝนตกลงมาในขณะนี้ จึงขอให้ประชาชน ใช้น้ำอย่างประหยัดและมีคุณค่า
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
|
แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันสถานการณ์ชายแดนด้านจังหวัดศรีสะเกษ ยังปกติ
Written by สขร.สปข.2|
สถานการณ์บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ยังคงเป็นปกติ โดยหน่วยทหารที่รับผิดชอบ ในพื้นที่ ได้แก่กองกำลังสุรนารี กรมเฉพาะกิจทหารพรานที่ 23 และกรมทหารราบที่ 6 ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ไม่มีการเสริมกำลังเข้าสู่พื้นที่ทั้งสองฝ่ายแต่อย่างใด ขณะที่ประชาชนในพื้นที่หมู่บ้านภูมิซรอล ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ยังคงดำเนินชีวิตตามปกติเช่นกัน รวมทั้งไม่มีความกังวล หรือได้รับผลกระทบจากการที่ตัวแทนรัฐบาลไทย ยังไม่สามารถคัดค้านการเสนอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร เป็นมรดกโลก พลโทวีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 ให้สัมภาษณ์ในโอกาสเดินทางมารับฟังข้อเรียกร้องของกลุ่มชาวบ้านภูมิซรอล อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่ขอให้เปิดการท่องเที่ยวชั่วคราว ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ซึ่งกองทัพภาคที่ 2 ได้ให้ชะลอไว้ก่อน และ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว โดยยืนยันว่าประชาชนในพื้นที่มีความพร้อม รวมทั้งไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์อะไร และเชื่อว่ารัฐบาลไทย จะมีแนวทางที่ดีในการดำเนินการเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยตามแนวชายแดน ส่วนจะมีการปรับเพิ่มกำลังพลตามพื้นที่ชายแดนไทย กัมพูชา ด้านจังหวัดศรีสะเกษ หรือไม่ นั้น แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ได้เน้นให้ทุกหน่วยปฏิบัติฯ ได้เพิ่มความเพิ่มความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ รวมทั้งการเฝ้าตรวจพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และกำลังทั้งสองฝ่ายในระดับพื้นที่ ไม่ได้มีการขยับขยายอะไรทั้งสิ้น และไม่มีสิ่งใดที่บอกเหตุว่าจะมีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้น//////////////////
|
| ข้อมูลจาก :: เอกรัฐ คำศรี ส.ปชส.ศรีสะเกษ |
แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่บุรีรัมย์ติดตามการแก้ปัญหาชาวบ้านเรียกร้องที่ทำกินบุกรุกป่าดงใหญ่
Written by สขร.สปข.2แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่บุรีรัมย์ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาชาวบ้านหลายกลุ่มที่เรียกร้องที่ทำกินบุกรุกแผ้วถางเข้าจับจอง พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่ คาดภายในเดือนสิงหาคม นี้ได้ข้อสรุปมาตรการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมเสนอรัฐบาลหามาตรการช่วยเหลือ
เช้าวันนี้ (28 ก.ค. 53) ที่ห้องประชุมชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ พลโท วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงพื้นที่ในภาค 2 พร้อมคณะได้เดินทางมาร่วมประชุมหารือกับ นายสกลสฤกษฎ์ บุญประดิษฐ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัด พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่ อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ของชาวบ้านผู้เรียกร้องขอที่ทำกิน หลังจากที่มีการเรียกร้องขอเข้าทำกินในเขตป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่ 9 แปลงพื้นที่กว่า 22,000 ไร่ที่บริษัทเอกชนหมดสัญญาสัมปทานเช่าของกลุ่มชาวบ้านหลายกลุ่มยืดเยื้อมานาน จนชาวบ้านบางกลุ่มจำนวนนับพันคนได้เข้าบุกรุกแผ้วถาง และจับจองพื้นที่ในเขตป่าดงใหญ่ โดยมีการสร้างเป็นเพิงพัก หมู่บ้านอยู่ภายในพื้นที่ป่าผืนดังกล่าว หลังจากที่แม่ทัพภาคที่ 2 ได้รับการมอบหมายให้เป็นประธานทำงานแก้ไขปัญหาดังกล่าว และได้ลงพื้นที่ประชุมติดตามสถานการณ์ปัญหาการบุกรุกป่าดงใหญ่มาแล้วหลายครั้ง
พลโท วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า “หลังจากที่ได้ประชุมกับทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแล้วหลายครั้ง ขณะนี้ได้มาติดตามเรื่องซึ่งมีความคืบหน้าไปมาก โดยทราบว่าทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มอบหมายให้กรมอุทยานฯ เป็นหน่วยงานดุแล โดยได้ตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบจัดทำแนวเขตในพื้นที่ป่าดงใหญ่ที่หมดสัญญาสัมปทานดังกล่าว เพื่อสำรวจว่าพื้นที่ใดเป็นป่าอนุรักษ์ ส่วนใดเป็นพื้นที่ที่ถูกบุกรุกเพื่อให้มีความชัดเจนก่อนจะสรุปเป็นแนวทางเพื่อนำเสนอไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เพื่อเสนอต่อไปยังคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ทำกินแก่ราษฎร อีกส่วนหนึ่งจะเสนอฝ่ายความมั่นคง ผ่านไปยังคระทำงานแก้ปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อเป็นแนวทางแก่ระดับนโยบายในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่เป็นรูปธรรมต่อไป คาดว่าภายในเดือนสิงหาคม นี้จะมีความชัดเจนในการแก้ปัญหา”
แม่ทัพภาคที่ 2 ยังกล่าวอีกว่า “ส่วนชาวบ้านบางกลุ่มที่บุกรุกแผ้วถางและเข้าไปจับจองผืนป่าดังกล่าวแล้วนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปชี้แจงทำความเข้าใจ ซึ่งมีบางกลุ่มที่เข้าใจและยอมออกจากป่าก่อน แต่ยอมรับว่ามีบางกลุ่มที่ไม่ยินยอมออกจากป่าซึ่งก็ถือว่ามีความผิด โดยทางคณะทำงานก็จะนำเสนอข้อมูลตามความเป็นจริง เพื่อหามาตรการแก้ไขและเยียวยาให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้เรียกร้องแต่ละกลุ่มต่อไป” ส่วนกรณีสถานการณ์ตามชายแดนไทย-กัมพูชาจากการเสนอขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของประเทศกัมพูชา แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า “ในระดับพื้นที่นั้นเหตุการณ์ทั่วไปยังสงบ จังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายแดนกัมพูชาที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2 ยังคงเป็นปกติ ชาวบ้านในพื้นที่มีความเข้าใจในสถานการณ์และไม่ออกมาชุมนุมเคลื่อนไหว ส่วนกลุ่มผู้ที่จะออกมาเคลื่อนไหวนั้นขอชี้แจงทำความเข้าใจว่าการกระทำดังกล่าวไม่ส่งผลดีต่อประเทศชาติบ้านเมือง อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเคลื่อนไหวที่จะส่อถึงความรุนแรง และยังไม่มีการเสริมกำลังทหารตามแนวชายแดน โดยยังวางกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นปกติ”
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์













ส่งข่าว















